หน้าแรกรู้จักกันเที่ยวต่างประเทศเชื่อมไมตรีสนทนาพาทีเยี่ยมเยียนติดต่อกันadmin
ข้อมูลท่องเที่ยว
ลูกผู้ชายชื่อ เฮงจิมิน
โปรแกรมทัวร์
ทริปประทับใจที่ผ่านมา
เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับเวียตนาม
ทริปสตอรี่ พี่วุฒิ+พี่เคท
ข่าวสาร
สมาชิกจดหมายข่าว
สมัคร ยกเลิก
พาเที่ยวเวียดนาม ฮานอย เว้ ดานัง ฮอยอัน ถ้ำฟองญา หลวงพระบาง
กิจกรรมระทึกที่สระบุรี
คุณอยากไปเที่ยวไหนมากกว่า (14459)
เวียดนามเหนือ ฮานอย ฮาลองเบย์ (2659)
18.39%
เวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด (2413)
16.69%
บาหลี (2058)
14.23%
นครวัต นครธม (1989)
13.76%
พม่า พะโคะ มัณฑเลย์ (3004)
20.78%
สิบสองปันนา (2336)
16.16%
มีอีก>>
รถเข็นของคุณมี   รายการ ราคาทั้งหมด 0.00 บาท  ดูสินค้าในรถเข็นทั้งหมด
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ เวียตนาม
อาหาร เวียตนาม
อิ่มเอมอาหารเวียดนาม ที่ “เลอ ดาลัด อินโดจีน”
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 ธันวาคม 2547 14:11 น.
มุมโซฟาติดกระจกชวนนั่ง มองเห็นสวนดอกไม้ด้านนอก
              “อาหารเวียดนาม” เป็นอีกหนึ่งอาหารที่ตอนนี้คนไทยให้ความสนใจเลือกหม่ำกันอยู่ไม่น้อย ด้วยความที่อาหารเวียดนามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตรงที่เป็นอาหารออกแนวเพื่อสุขภาพ เน้นผักที่เป็นส่วนประกอบของอาหารหรือกินแกล้มกับอาหาร
       
       ในมื้อนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เลยขอเอาใจผู้พิสมัยอาหารเวียดนาม พามาตระเวนกินกันที่ร้าน “เลอ ดาลัด อินโดจีน” ตรงสุขุมวิท 23 เป็นร้านอาหารเวียดนามที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง บ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 80 ปี ถูกเนรมิตให้เป็นร้านอาหารที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ

โต๊ะนั่งหม่ำอาหารที่เน้นการตกแต่งด้วยถ้วยชามและผ้าปูโต๊ะสีน้ำเงิน
              บรรยากาศด้านในร้านมีพื้นที่นั่งหม่ำอาหารหลายส่วน ชั้นล่างมีห้องล็อบบี้บาร์ บริการเครื่องดื่มและอาหารว่างเบาๆ และอีก 3 ห้อง ที่ถูกตกแต่งเต็มไปด้วยรูปภาพของ มาดาม Hoaly ที่เป็นเจ้าของร้าน และเครื่องตกแต่งลายครามจำนวนมาก รวมไปถึงถ้วยชาม ผ้าปูโต๊ะที่จะเน้นสีน้ำเงินเป็นหลัก ซึ่งเป็นสีโปรดของเจ้าของร้าน ส่วนด้านบนก็มี 3 ห้อง และตกแต่งสไตล์เดียวกับชั้นล่าง เน้นบรรยากาศนั่งสบายๆ เหมือนนั่งหม่ำข้าวอยู่ที่บ้าน
       
       ด้านอาหารของที่นี่เป็นอาหารเวียดนามที่เน้นความพิถีพิถันในการปรุงและการตกแต่ง อย่างที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้เลือกสั่งมาหม่ำลิ้มลองรสชาติ แล้วอยากจะบอกต่อว่าถ้ามาแล้วไม่ควรพลาดสั่ง
       
       เริ่มกันที่เมนูเบาๆ ท้อง ขลุ่ยปู (ชิ้นละ 55 บาท) ขลุ่ยปูนี้เป่าไม่ได้ แต่ว่าหม่ำได้ เป็นขลุ่ยปูที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อปูล้วนๆ คลุกเคล้ากับวุ้นเส้นและปรุงรสด้วยเครื่องเทศ นำมาห่อด้วยแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะชนิดบางที่ต้องสั่งมาเป็นพิเศษจากเวียดนาม ทอดจนเหลืองกรอบ เวลากินราดด้วยน้ำจิ้มหวานสูตรเฉพาะของทางร้าน ส่งเข้าปากรับรู้ได้ถึงความกรุบกรอบของแป้งและรสชาติของเนื้อปูข้างในที่เนื้อแน่นผสานกับความหวานของน้ำจิ้มที่ลงตัว

ขลุ่ยปู
              ตามมาด้วย สลัดไหลบัว หรือ ยำรากบัว (165 บาท) เมนูนี้หาหม่ำยากสักหน่อย เพราะว่ารากบัวนั้นค่อนข้างหายากและลำบากในการนำมาทำ ทางร้านจะนำส่วนของรากบัวมาล้างให้สะอาดแล้วลอกเปลือกออกให้เหลือแต่เนื้อของรากบัวข้างในเท่านั้น นำมายำรวมกับกุ้งสด และน้ำยำสไตล์เวียดนามที่รสชาติออก 2 รส เปรี้ยวๆ อมหวาน มีข้าวเกรียบทอดให้กินแกล้มกัน กินเมนูนี้แล้วช่วยแก้ร้อนในได้ดีเพราะตัวรากบัว
       
       เฝอเนื้อ (150 บาท) เฝอเป็นก๋วยเตี๋ยวประจำชาติของเวียดนาม แต่ว่าเฝอร้านนี้มีความพิเศษกว่าร้านอื่นๆ ตรงที่นอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวที่ใส่เนื้อเปื่อยสันนอกแล้ว ยังมีชุดเนื้อให้จุ่มเพิ่มเติม โดยเนื้อที่ให้จุ่มนั้นเป็นเนื้อสันในสไลด์บางๆ จุ่มลงในน้ำซุปเนื้อ ทีเด็ดของเมนูนี้อยู่ตรงที่ น้ำซุปเนื้อหอมหวาน และเนื้อที่นุ่มเหนียวเสียจริงเชียว

เฝอเนื้อ
              เมนูสุดท้ายเป็น ปลาหมี่ทอ (590 บาท) ที่ดูอลังการงานสร้าง ตกแต่งมาอย่างสวยงาม สมกับชื่อเมนู หมี่ทอนั้นเป็นชื่อเมืองๆ หนึ่งของเวียดนามที่มีความงดงามตามธรรมชาติเต็มไปด้วยต้นไผ่ เมนูนี้จึงถูกตกแต่งออกมาแบบแลดูเป็นธรรมชาติ ปลาแรดทอดกรอบตัวโตตั้งอยู่ท่ามกลางต้นผักบุ้งที่นำมาจำลองคล้ายกับเป็นต้นไผ่ มีใบขึ้นฉ่ายกับผักกาดหอมตกแต่งรองพื้นจาน ปลาหมี่ทอจานนี้ จะกินลักษณะคล้ายกับแหนมเนืองคือ มีแผ่นแป้งห่อมากับผักกาดหอม ใส่เนื้อปลาลงไป ใส่เครื่องเคียง มะม่วง แตงกวา ต้นหอม ใบโหระพา กระเทียม พริกขี้หนูสด แล้วราดด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ดของที่นี่ ที่มีให้เลือก 2 แบบ น้ำจิ้มกะปิออกรสไทยๆ เปรี้ยวหวาน กับน้ำจิ้มซีฟู้ดปรุง 3 รส เปรี้ยว หวาน เค็ม หม่ำทั้งคำเคี้ยวเข้าปากคำโต

ปลาหมี่ทอ
              แต่ใช่ว่าจะมีเฉพาะอาหาร 4 เมนูนี้ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ลิ้มลองแล้วนำมาเสนอให้ได้รับรู้กัน เพราะยังมีเมนูอื่นๆ ที่ทางร้านบอกว่าเด็ดสะระตี่ไม่แพ้กัน อาทิ ปูผัดเกลือ (790 บาท) ฉู่ฉี่ปลาผักชีลาว (320 บาท) กุ้งห่อเนื้อปูย่าง (490 บาท)
       
       ก็ถ้าใครชื่นชอบอาหารเวียดนามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หรือใครที่ไม่เคยกินอาหารเวียดนามมาก่อน ก็ลองแวะมาหม่ำอาหารเวียดนาม ที่ร้าน “เลอ ดาลัด อินโดจีน” นี้ดู แล้วอาจจะติดใจกับบรรยากาศและรสชาติของอาหารจนกลายเป็นลูกค้าประจำร้านนี้ไปเลยก็เป็นได้ แถมทางร้านยังใจดีบอกว่า ถ้าใครมาหม่ำอาหารที่ร้านแล้วบอกว่าอ่านมาจากนสพ.ผู้จัดการ จะมอบส่วนลดให้ 10% ทันที ถึงเดือนสิ้นเดือนธ.ค.นี้

              *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
        
       “เลอ ดาลัด อินโดจีน” ตั้งอยู่ที่ 14 ซอยสุขุมวิท 23 ประสานมิตร กรุงเทพฯ เข้ามาจากปากซอยสุขุมวิท 23ประมาณ 100 ม. ร้านอยู่ขวามือใกล้กับไปรษณีย์ประสานมิตร เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00-22.30 น. ถ้ามาในวันเสาร์ อาทิตย์ โทรจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนจะดีที่เบอร์ 0-2661-7967-8 และมีอีกหนึ่งสาขาชื่อร้าน "เลอ ดา ลัด" อยู่ซอยเดียวกันถัดไปอีก 200 ม. โทร. 0-2260-1849 

       

“หง่อนหลำ” อร่อยล้ำ อาหารเวียดนาม
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 14 กรกฎาคม 2548 15:07 น.
บรรยากาศภายในร้าน “หง่อนหลำ” โปร่งโล่งนั่งสบาย
              หากพูดถึงอาหารแนวสุขภาพ “อาหารเวียดนาม”  นับเป็นหนึ่งในเมนูคู่สุขภาพที่น่ากินและน่าสนใจไม่น้อย เพราะอาหารเวียดนามเป็นอาหารที่เน้นการนำเอาพืชผักสมุนไพรต่างๆ มาเป็นส่วนประกอบหลักในการทำเมนูอาหาร หรือไม่ก็ต้องนำผักมาเป็นเครื่องเคียงให้กินควบคู่กับอาหาร เรียกว่าอุดมไปด้วยผักที่กินดีมีประโยชน์ต่อร่างกายจริงๆ

ข้าวเกรียบปากหม้อ
              ในมื้อนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เลยอยากจะชวนแฟนนานุแฟนไปกินอาหารเวียดนามเพื่อสุขภาพกัน ที่ร้านอาหารเวียดนาม ชื่อเก๋ไก๋ว่า “หง่อนหลำ” ที่แค่ชื่อร้านเป็นภาษาเวียดนาม แปลว่า “อร่อย” ก็เย้ายวนชวนกินเป็นยิ่งนึก แล้ว อย่างนี้จะรอช้าอยู่ได้อย่างไร ตามไปพิสูจน์ความอร่อยกัน

เปาะเปี๊ยะสดกุ้ง
              “หง่อนหลำ” ร้านนี้เปิดขายอาหารเวียดนามมานานกว่า 6 ปี สไตล์อาหารเวียดนามของที่นี่เน้นความเป็นเวียดนามขนานแท้ดั้งเดิม เน้นเรื่องวัตถุดิบที่นำมาปรุง อย่างผักก็เลือกผักสด สะอาด ปลอดสารพิษ ซึ่งผักของที่นี่จัดเสิร์ฟมาแบบไม่อั้นเติมได้ตลอด มีผักมากมายหลายชนิด อาทิ ผักกาดหอม ใบโหระพา ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่ง ผักแพว (ผักพื้นบ้านที่กินแก้โรคปวดหัวได้) และที่สำคัญอาหารเวียดนามของที่นี่มีมากกว่า 70 เมนูให้เลือกกินกัน
       
       เอาเป็นว่าตามมาดูกันดีกว่าว่ามีเมนูเด็ดอะไรน่ากินกันบ้าง เริ่มกันที่เมนูนี้ ข้าวเกรียบปากหม้อ (100 บาท) เมนูเด่นประจำร้านที่มาแล้วต้องเลือกสั่งมากินกัน เพราะด้วยตัวข้าวเกรียบปากหม้อที่แป้งเนื้อเหนียวนุ่มเคี้ยวนิ่มเนียนลิ้น และไส้ข้างในที่ใส่มามีทั้งหมูสับ กุ้ง เห็ดหูหนู และต้นหอม ปรุงคลุกเคล้าได้รสชาติกลมกล่อมลงตัว และยิ่งกินคู่กับน้ำจิ้มสูตรเด็ด เป็นแครอทกับหัวไชเท้าดองมาในน้ำปรุง ออกรสเปรี้ยว เค็ม หวาน ราดกินกับข้าวเกรียบปากหม้อเพิ่มรสชาติความอร่อยมากยิ่งขึ้น
       
       เมนูต่อมาเป็น เปาะเปี๊ยะสดกุ้ง (100 บาท) โดดเด่นมาด้วยกุ้งสีแดงสดห่อมาในแป้งเปาะเปี๊ยะ และมีผักสดอย่างใบโหระพา ถั่วงอก แตงกวา ไข่เจียว และเส้นขนมจีน ห่อม้วนรวมกันมาหั่นเป็นคำน่ากิน เวลากินตักน้ำจิ้มตัวเดียวกับข้าวเกรียบปากหม้อราดบนชิ้นเปาะเปี๊ยะแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวทั้งคำ จะได้กลิ่นหอมๆ ของโหระพาโชยเข้าจมูกเวลาเคี้ยว ส่วนรสชาติเด่นตรงเครื่องทุกอย่างผสมผสานเคี้ยวกรุบกรอบ

ปูตะไคร้
              ปูตะไคร้ ( 150 บาท) หน้าตาคล้ายๆ กุ้งพันอ้อย เป็นเนื้อปูกับเนื้อกุ้งคลุกเคล้าผสมกัน และนำมาปั้นพันกับก้านตะไคร้ ก่อนจะนำไปชุปเกร็ดขนมปัง แล้วทอดจนเหลืองกรอบ ชนิดที่ว่าเคี้ยวแล้วกรอบนอก แต่เนื้อในเหนียวนุ่ม และมีกลิ่นตะไคร้อ่อนๆ ด้วย แล้วก็ยังมีเส้นหมี่ขาวผัดมาให้กินแนมเป็นเครื่องเคียง พร้อมกับมีสลัดแก่เลี่ยน และมีน้ำจิ้มซีฟู้ดให้จิ้มเพิ่มความเผ็ดลิ้น
       
       ยำหง่อนหลำ (100 บาท) เมนูนี้แนะนำว่าสาวๆ ที่อยากลดความอ้วนสั่งมากินดีนัก เพราะว่ามีแต่ผักที่กินแล้วดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างหัวปลี ถั่วงอกดิบ มะเฟือง และมีเนื้อสัตว์อย่าง เนื้อไก่ฉีก หมูยอ และกุ้ง ยำคลุกเคล้ารวมกันกับน้ำยำใสๆ รสชาติออก 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวานกำลังดี
       
       เมนูสุดท้ายเป็น ขนมถ้วยทรงเครื่อง (100 บาท) ชื่อเป็นขนมของหวาน แต่กลับเป็นเมนูของคาว ที่มีหน้าตาละหม้ายคล้ายขนมถ้วย (บ้านเรา) แต่ต่างกันตรงส่วนผสม ขนมถ้วยนี้มีกุ้งแห้ง หมูสับ เห็ดหูหนูดำ และต้นหอม ผสมปรุงรสและนำมานึ่งกับแป้งข้าวเจ้าและน้ำกะทิ ออกมาเป็นขนมถ้วยทรงเครื่องที่มีรสชาติกลมกล่อม หวานๆ มันๆ หอมกลิ่นกะทิอ่อนๆ

ยำหง่อนหลำ
              นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ ที่น่ากินอีก อาทิ กุ้งพันอ้อย (200 บาท) หมูย่างใบชะพลู (120 บาท) แหนมเนือง (100 บาท) เปาะเปี๊ยะทอด (100 บาท) แล้วยังมีน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพอย่าง น้ำอ้อยและน้ำคะไคร้ อีกด้วย
       
       ซึ่งถ้าใครชื่นชอบอาหารเวียดนามหรืออยากจะกินอาหารเพื่อสุขภาพขึ้นมาแล้วละก็ ลองแวะมาที่ ร้าน “หง่อนหลำ” นี้กันดู แล้วจะได้รับทั้งความอร่อยและสุขภาพที่ดีกลับบ้านไป
       
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

              ชื่อร้าน : “หง่อนหลำ”
       
       ประเภทอาหาร : อาหารเวียดนาม
       
       เมนูจานเด่น : ข้าวเกรียบปากหม้อ, ยำหง่อนหลำ, เปาะเปี๊ยดสดกุ้ง, ปูตะไคร้, ขนมถ้วยทรงเครื่อง
       
       บรรยากาศร้าน : สาขาสะพานเหลืองเป็นตึกแถว มี 2 ชั้นให้เลือกนั่ง โปร่งโล่งสบาย
       
       ที่ตั้ง และการเดินทาง : ร้านหง่อนหลำมี 2 สาขา สาขาสะพานเหลือง ตั้งอยู่ที่ 556-558 ถ. พระราม 4 บางรัก กทม. การเดินทางถ้ามาจากทางมาบุญครอง ให้เลี้ยวขวาเข้าถ. พระราม 4 ขับตรงมา ร้านจะตั้งอยู่ติดริมถนน ติดกับธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา ทองหล่อ ตั้งอยู่ที่ ถ.สุขุมวิท 55 สยามฟิวเจอร์ 6 (ท็อปส์ มาเก็ต เพลส) ซอย 4-6 เขวัฒนา กทม.
       
       บัตรเครดิต : รับเฉพาะเงินสด
       
       การสูบบุหรี่ : สูบไม่ได้
       
       สถานที่จอดรถ : สาขาสะพานเหลืองมีที่จอดรถตรงซ. สองพระ อยู่ก่อนถึงร้าน (คิดค่าจอดชม.ละ 20 บาท)
       
       เวลาเปิด-ปิด : ทั้ง 2 สาขา เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น.
       
       เบอร์โทรศัพท์ :สาขาสะพานเหลือง โทร. 0-2633-2762, 0-2235-3218, 0-1831-2128 สาขาทองหล่อตรงสยามฟิว โทร. 0-2381-3278, 0-4019-7224

 
"ครัว Public" มีดีที่อาหารเวียดนาม
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 พฤษภาคม 2549 15:15 น.
บรรยากาศสบายๆ ชวนนั่งภายในร้านครัว Public
              ช่วงนี้สภาพอากาศบ้านเราแปรปรวนเสียเหลือเกิน เดี๋ยวแดดออกจัดอากาศร้อนระอุ เดี๋ยวฝนตกหนักอากาศเย็นชื้น ทำเอาหลายๆ คนเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นแถวๆ เพราะปรับสภาพร่างกายไม่ทันกับอากาศ เป็นต้องไปหาหมอเอายามากินกันให้วุ่น
       
       อันที่จริงแล้วเรื่องการจะดูแลสุขภาพนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพียงแค่เราเริ่มต้นจากการดูแลตัวของเราเองก่อน อย่างเรื่องอาหารการกินที่เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัว หากว่าเราเลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพก็สามารถช่วยได้

เวียดนามโรล
              อย่างในมื้อนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" จะชวนมิตรรักนักกินมาดูสุขภาพด้วยการไปกินอาหารเพื่อสุขภาพอย่างอาหารเวียดนามกัน ที่จัดว่าเป็นอาหารที่มีส่วนประกอบของพืชผักสมุนไพรเสียเป็นส่วนใหญ่ กินแล้วได้คุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อร่างกาย แถมที่สำคัญกินแล้วไม่อ้วนอีกต่างหาก
       
       และการที่จะหาร้านอาหารเวียดนามรสชาติดีๆ สักร้านในกรุงเทพฯ นั้นไม่ใช่เรื่องยาก อย่างร้าน "ครัว Public" นี้ก็เป็นหนึ่งร้านที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้มาลองลิ้มอาหารเวียดนามแล้วเกิดติดใจปากจนต้องขอบอกต่อ

เมี่ยงปลาทอด
              อาหารเวียดนามของที่นี่เป็นแนวเวียดนามประยุกต์ มีการปรับปรุงรสชาติให้เข้ากับลิ้นของคนไทยมากขึ้น อย่างเมนูเด็ดที่อยากแนะนำให้ลองสั่งมาลองลิ้มกันก็มี เวียดนามโรล (60 บาท)หน้าตาคล้ายปอเปี๊ยะ เป็นแผ่นแป้งญวนที่มีไส้ข้างในเป็นเส้นหมี่ สะระแน่ ผักชีฝรั่ง กุ้ง หมูยอ ผักโหระพา ผักกาดหอม ผักชี และไข่หวาน ห่อม้วนเข้าด้วยกัน เวลากินราดด้วยน้ำจิ้มรสเด็ดของทานร้าน (คล้ายน้ำจิ้มซีฟู้ด) ส่งเข้าปากเคี้ยวแผ่นแป้งนุ่มเหนียวเครื่องแน่นคำโต ผสานเข้ากันกับน้ำจิ้มรสชาติเปรี้ยว เผ็ดแซบถูกลิ้น
       
       เมี่ยงปลาทอด (75 บาท) เป็นเมี่ยงที่มีปลากะพงแดงทอดกรอบ ใบชะพลู หรือใบเมี่ยง ผักกาดหอม สะระแน่ ผักกาดขาว ขนมจีน มะนาว พริกแกง หอมแดง จัดวางเสิร์ฟมาพร้อมกัน กินคล้ายๆ กับการกินเมี่ยงทั่วไป คือ เนำใบชะพลูมาห่อแล้วใส่เครื่องต่าง ๆ ลงไปตามใจชอบ ปกติมีน้ำเมี่ยงราด แต่เมี่ยงปลาทอดนี้มีน้ำพริกอ่อมหมู สูตรเด็ดของทางร้าน ให้ตักราดกินคู่กับเมี่ยงแล้วห่อเป็นคำ เคี้ยวกร้วมเมี่ยงคำโตลิ้มรสชาติความสดของผักและเครื่องสารพัด ผสานเข้ากันกับรสชาติน้ำพริกอ่อมหมูอมหวาน อมเผ็ดนิดๆ เคี้ยวมันเพลินปากดี

ปลาทอดตะไคร้
              ตามมาด้วย ปลาทอดตะไคร้ (120 บาท) เป็นปลาตาเดียวที่แล่เอาก้างออกหมดแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ คลุกเครื่องเทศ ตะไคร้ และแป้งทอดจนกรอบ ลิ้มรสปลาเนื้อกรอบนอกนุ่มใน ได้กลิ่นตะไคร้อ่อนๆ ยิ่งจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเผ็ดอมเปรี้ยวแซบดี แถมมีเส้นหมี่ขาวลวกเส้นนุ่มๆ มาให้กินแกล้มเข้ากันกับเนื้อปลา
       
       สุกี้เวียดนาม (130 บาท) อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่หากินได้ยากสักหน่อย หน้าตาละม้ายคล้ายๆ จิ้มจุ่ม คือมี เนื้อสัตว์เลือกได้ว่าจะเอาหมู ไก่ เนื้อ กุ้ง ปลาหมึก และมีผักอย่างสับปะรด มะม่วง กระเทียม ตะไคร้ ถั่วงอก พริก เป็นเครื่องเคียง ส่วนทีเด็ดอยู่ตรงน้ำซุปที่ได้จากน้ำต้มผักและผลไม้ออกมาเป็นน้ำซุปสูตรเด็ดพิเศษโดยเฉพาะ เวลากินก็ใส่พวกผักเครื่องเคียงลงไปในน้ำซุป ใส่เนื้อสัตว์ลงไป และมีเส้นขนมจีนให้ลวกใส่ลงไปแทนวุ้นเส้น กินกับน้ำจิ้มสุกี้สูตรเด็ดที่ออกรสหวาน เปรี้ยว เผ็ด และซดน้ำซุปร้อนๆ ที่ออกรสหวานกลมกล่อม ชุ่มคอดีแท้
       
       นอกจากเมนูเด็ดที่แนะนำเหล่านี้แล้ว ในเมนูอาหารยังมีอีกหลายรายการที่น่ากิน อาทิ ขลุ่ยปู (70 บาท) ขนมจีนหน้าหมู, เนื้อ ( 40 บาท) ขนมจีนทรงเครื่อง (40 บาท) ยำปลา ( 75 บาท) หมูย่างเนื้อย่างใบชะพลู ( 65, 70 บาท) หอยแมลงภู่อบไวน์ (75 บาท) เฝอยำแห้ง (45 บาท ) ปูสองชาติ (150 บาท) ของหวานที่น่ากินก็มี กล้วยหอมทอด ( 40 บาท) บัวลอยสามสี (35 บาท )

สุกี้เวียดนาม

              หากมิตรรักนักกินท่านใดอยากสัมผัสกับรสชาติอาหารเวียดนามที่ถูกปาก โดนใจ ลองแวะมาที่ร้าน "ครัว Public" นี้กันดู และหากว่ามาตอนค่ำๆ ประมาณ 21.00 น. – 23.00 น. ทางร้านจะมีดนตรีเล่นเพลงสดๆ ให้ฟังกันเพลินๆด้วยอีกต่างหาก
       
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

              ชื่อร้าน : ครัว Public
       
       ประเภทอาหาร : อาหารเวียดนาม
       
       เมนูจานเด่น : เวียดนามโรล, เมี่ยงปลาทอด, ปลาทอดตะไคร้, สุกี้เวียดนาม
       
       บรรยากาศร้าน : ห้องแอร์สบายๆ และด้านนอกรับลมเย็นๆ
       
       ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ 88/188 ถ. เทศบาลสงเคราะห์ ลาดยาว จตุจักร กทม. การเดินทางถ้ามาทางถ.วิภาวดีรังสิตขาออก พอขับมาจนถึงทางแยกไปวัดเสมียนนารี ให้เลี้ยวเข้ามาทางถ.เทศบาลสงเคราะห์ ขับตรงมาเรื่อยๆ จะเจอตลาดบองมาร์เช่ทางซ้ายมือ ให้ขับเลยไปอีกนิดแล้วจะเห็นร้าน ครัว Public ตั้งอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามด้านขวามือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน
       
       สถานที่จอดรถ : มีด้านในร้าน
       
       เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 10.30-24.00 น.
       
       เบอร์โทรศัพท์ :0-1918-9345


 




 
เข้าดู(13829)


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ เวียตนามมาใหม่ล่าสุด
A00032 7:6:2006 -  ภาษาเวียดนามเพื่อการท่องเที่ยว (18648)
A00031 3:6:2006 -  อาหาร เวียตนาม (13829)
A00030 2:6:2006 -  พระพุทธศาสนาในประเทศเวียตนาม (5908)
ดูทั้งหมด>>